วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ไฟฟ้าสถิต(Electrostatic)

ไฟฟ้าสถิต (Static electricity หรือ Electrostatic Charges

เป็นปรากฏการณ์ที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากัน ปกติจะแสดงในรูปการดึงดูด,การผลักกันและเกิดประกายไฟ



รูปแสดงฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ปรากฏการณ์จากประจุไฟฟ้าสถิต


 ประจุไฟฟ้า  (Charge)
( Law of Conservation of Charge )

                ประจุไฟฟ้าเป็นปริมาณทางไฟฟ้าปริมาณหนึ่งที่กำหนดขึ้น     ธรรมชาติของสสารจะประกอบด้วยหน่วยย่อยๆที่มีลักษณะและมีสมบัติเหมือนกันที่เรียกว่า อะตอม(atom)  ภายในอะตอม จะประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิดได้แก่  โปรตอน (proton)  นิวตรอน (neutron) และ อิเล็กตรอน (electron)โดยที่โปรตอนมีประจุไฟฟ้าบวก กับนิวตรอนที่เป็นกลางทางไฟฟ้ารวมกันอยู่เป็นแกนกลางเรียกว่านิวเคลียส (nucleus)  ส่วนอิเล็กตรอน มีประจุไฟฟ้าลบ จะอยู่รอบๆนิวเคลียส

ภาพแสดงอะตอมมีจำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอน(ในสภาพปกติ) 

                ตามปกติวัตถุจะมีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า กล่าวคือจะมีประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ เท่ากัน เนื่องจากในแต่ละอะตอมจะมีจำนวนอนุภาคโปรตอนและอนุภาคอิเล็กตรอนเท่ากัน  เป็นไปตามกฏการอนุรักษ์ประจุ

ข้อสังเกต  - ถ้าวัตถุมีสภาพประจุไฟฟ้าบวกเท่ากับประจุไฟฟ้าลบ  วัตถุนั้นเป็นกลาง จะไม่มีสภาพของไฟฟ้าสถิต
                   - ถ้าบนวัตถุมีประจุไฟฟ้าลบมากกว่าประจุไฟฟ้าบวก เรียกวัตถุนั้นว่าวัตถุมีประจุลบ (การที่มีประจุลบมากกว่าเกิดจากวัตถุนี้ได้รับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามา)
                   - ถ้าบนวัตถุมีประจุไฟฟ้าบวกมากกว่าประจุไฟฟ้าลบ เรียกวัตถุนั้นว่าวัตถุมีประจุบวก (การที่มีประจุบวกมากกว่าเกิดจากวัตถุนี้สูญเสียอิเล็กตรอนไป)


การทำให้เกิดสภาพไฟฟ้าสถิตบนวัตถุ 

1. วิธีการขัดถูกันของวัตถุ  

ภาพแสดงการนำวัสดุมาขัดถูกันทำให้วัตถุมีประจุ ตรวจสอบโดยการต่อเข้ากับหลอดไฟ

การที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากันทำให้เกิดแรงดึงดูดเมื่อวัตถุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุต่างชนิดกัน  หรือเกิดแรงผลักกัน เมื่อวัสดุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุชนิดเดียวกัน เราสามารถสร้างไฟฟ้าสถิตโดยการนำผิวสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้นมาขัดสีกัน  พลังงานที่เกิดจากการขัดสีกันทำให้ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุจะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน  โดยจะเกิดกับวัสดุประเภทที่ไม่นำไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ฉนวน ตัวอย่างเช่น ยาง,พลาสติก และแก้ว   สำหรับวัสดุประเภทที่นำไฟฟ้านั้น โอกาสเกิดปรากฏการณ์ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุไม่เท่ากันนั้นยาก  แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้



รูปแสดงประจุลบจากผ้าขนสัตว์ติดบนแท่งอำพัน ทำให้แท่งอำพันมีประจุลบ และผ้าขนสัตว์มีประจุบวก

การขัดสีหรือการถู  วัตถุ 2 ชนิดที่มาขัดสี หรือถูกัน จะทำให้มีการถ่ายเทของประจุไฟฟ้า(อิเล็กตรอน)ระหว่างวัตถุทั้งสอง วัตถุใดสูญเสียอิเล็กตรอนไปวัตถุนั้นจะมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก  ส่วนวัตถุที่ได้รับอิเล็ก ตรอนมา จะมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ   ในการขัดสีหรือถู จำนวนประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนวัตถุทั้งสองมีขนาดเท่ากัน แต่มีประจุไฟฟ้าเป็นชนิดตรงข้าม  เช่น วัตถุ A และ B เดิมเป็นกลางทางไฟฟ้า เมื่อนำมาถูกันปรากฏว่าหลังจากถูกัน วัตถุ A มีประจไฟฟ้า +1.6 x 10 ^-19 คูลอมบ์   แสดงว่าวัตถุ B ก็จะมีประจุไฟฟ้า -1.6 x 10^-19 คูลอมบ์  ตัวอย่างของการทำให้เกิดประจุบนวัตถุโดยการขัดถูกันของวัตถุ คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสถิต หรือเรียกว่า Van de graaff generator  หลักการขัดถูกันโดยใช้สายพาน ทำให้ทรงกลมมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก  เมื่อคนไปแตะทรงกลมจะทำให้คนเกิดประจุบวก เมื่อเส้นผมต่างมีประจุเป็นบวกก็จะเกิดแรงผลักกันทางไฟฟ้าสถิต ทำให้เส้นผมชี้ขึ้น (คลิกดูวีดีโอ)

video



"สรุปว่าการเกิดประจุจากการขัดสีกัน  วัตถุแต่ละอันจะมีขนาดประจุไฟฟ้าเท่ากัน แต่เป็นประจุชนิดตรงกันข้าม"


2. วิธีการถ่ายเทประจุ



การถ่ายเทประจุไฟฟ้า (Electrostatic Discharge)  คือการถ่ายเทประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  เมื่อประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุ 2  ชนิดไม่เท่ากันตัวอย่างการเกิดไฟฟ้าสถิตและการถ่ายเทประจุไฟฟ้า       เมื่อเราใส่รองเท้าหนังแล้วเดินไปบนพื้นที่ปูด้วยขนสัตว์หรือพรม  เมื่อเดินไปจับลูกบิดประตูจะมีความรู้สึกว่าถูกไฟช๊อต ที่เป็นเช่นนี้สามารถอธิบายได้ว่า  เกิดประจุไฟฟ้าขึ้นจากการขัดสีของวัตถุ 2 ชนิด วัตถุใดสูญเสียอิเล็กตรอนไปจะมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก  ส่วนวัตถุใดได้รับอิเล็กตรอนมาจะมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ   ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุที่มาขัดสีกัน ร่างกายของคนเราเป็นตัวกลางทางไฟฟ้าที่ดี  เมื่อเราเดินผ่านพื้นที่ปูด้วยขนสัตว์หรือพรม  รองเท้าหนังของเราจะขัดสีกับพื้นขนสัตว์หรือพรม ทำให้อิเล็กตรอนถ่ายเทจากรองเท้าหนังไปยังพื้นพรม เมื่อเราเดินไปเรื่อย ๆ อิเล็คตรอนจะถ่ายเทจากรองเท้าไปยังพื้นมากขึ้น จึงทำให้เรามีประจุไฟฟ้าเป็นบวกกระจายอยู่เต็มตัวเรา เมื่อเราไปจับลูกบิดประตู ซึ่งเป็นโลหะจะทำให้อิเล็กตรอนจากประตูถ่ายเทมายังตัวเรา ทำให้เรารู้สึกว่าคล้าย ๆ ถูกไฟช๊อต  ในลักษณะเดียวกันถ้าเราใส่รองเท้ายาง  รองเท้ายางจะรับอิเล็กตรอนจากผ้าขนสัตว์หรือพรมจะทำให้เรามีประจุไฟฟ้าเป็นลบ  เมื่อเราเข้าไปใกล้และจะจับลูกบิดประตู  จะทำให้อิเล็กตรอนถ่ายเทจากเราไปยังลูกบิดประตู เราจะมีความรู้สึกว่าคล้าย ๆ ถูกไฟช๊อต 



รูปแสดงการนำแท่งอำพันที่มีประจุลบแตะวัตถุ(a) เกิดการถ่ายเทประจุ ทำให้มีประจุเป็นลบด้วย(b)

โดยการนำวัตถุตัวนำอื่นที่มีประจุไฟฟ้าอิสระอยู่แล้วมาสัมผัสกับตัวนำที่เราต้องการ จะให้เกิดมีประจุไฟฟ้าอิสระ การกระทำเช่นนี้จะเกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างตัวนำทั้งสอง และในที่สุดตัวนำทั้งสองต่างจะมีประจุไฟฟ้าอิสระ และต่างจะมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน ซึ่งตามทฤษฎีอิเล็กตรอนแล้ว การถ่ายเทประจุไฟฟ้าให้กันนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนนั่นเอง ซึ่งในการทำให้เกิดประจุไฟฟ้าอิสระด้วยการสัมผัสนั้น อาจสรุปได้ว่า
(ก)ประจุฟ้าอิสระที่ตัวนำได้รับ จะเป็นประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันกับชนิดของประจุไฟฟ้าบนตัวนำที่นำมาสัมผัสเสมอไป
(ข) เมื่อสัมผัสกันแล้ว ตัวนำทั้งสองต่างจะมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน
(ค)ประจุไฟฟ้าอิสระที่ตัวนำทั้งสองมี ภายหลังสัมผัสกันแล้วนั้น จะมีจำนวนเท่ากัน หรือ อาจไม่เท่ากันก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความจุไฟฟ้าของตัวนำทั้งสอง
(ง)ประจุไฟฟ้ารวมทั้งหมดบนตัวนำทั้งสองภายหลังที่สัมผัสแล้ว จะมีจำนวนเท่ากับประจุไฟฟ้าทั้งหมดก่อนสัมผัสกัน

"สรุปว่าผลการถ่ายเทประจุโดยการแตะสัมผัส  หลังการถ่ายเทจะเกิดประจุชนิดเดียวกันบนวัตถุแตะละอัน"


3. วิธีการเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้า





ภาพแสดงการเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้าบนวัตถุตัวนำ(conductor)

การทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้าโดยการเหนี่ยวนำ  ทำได้โดยการนำวัตถุซึ่งมีประจุไฟฟ้าเข้าไปใกล้ ๆ วัตถุที่เป็นกลางจะทำให้ เกิดการเนี่ยวนำให้ประจุไฟฟ้าที่อยู่ในวัตถุที่เป็นกลางเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ เนื่องจากแรงทางคูลอมบ์ เป็นผลทำให้วัตถุที่เป็นกลางจะมีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้น โดยประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นตรงด้านใกล้กับวัตถุที่มาเหนี่ยวนำจะเป็นชนิดตรงกันข้ามกับประจุที่มาเหนี่ยวนำ และด้านไกลกับวัตถุที่มาเหนี่ยวนำจะเกิดประจุชนิดเดียวกัน    เช่น การทำให้มีประจุไฟฟ้าบวกบนวัตถุตัวนำทรงกลม โดยวิธีการเหนี่ยวนำ  มีวิธีการดังนี้

1. การเหนี่ยวนำ ต่อสายดิน และตัดสายดิน


รูปการทำให้วัตถุทรงกลมตัวนำมีประจุไฟฟ้าบวก โดยวิธีการเหนี่นวนำ
  • รูป (a) นำวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าลบเข้ามา(ใกล้ๆ)วัตถุทรงกลม เหนี่ยวนำทำให้แยกประจุออกเป็น 2 ส่วน  
  • รูป (b) ต่อสายดิน(หรืออาจใช้มือแตะ)เข้าที่วัตถุตัวนำทรงกลม
  • รูป (c) อิเลกตรอนจากวัตถุตัวนำทรงกลม จะถูกผลักลงสู่พื้นดิน  แล้วจึงตัดสายดินออก  
  • รูป (d) เมื่อนำวัตถุที่มีประจุลบออกไป อิเล็กตรอนจากพื้นดินกลับขึ้นมาบนตัวนำทรงกลมไม่ได้ทำให้วัตถุตัวนำทรงกลมมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก
2. การเหนี่ยวนำบนวัตถุตัวนำหลายอันวางชิดกัน แล้วแยกออกจากกัน



  • รูป (1)  ทรงกลมตัวนำ 2 อันวางชิดกัน  พื้นฉนวนป้องกันการถ่ายเทประจุกับพื้น
  • รูป (2) และ (3)  นำวัตถุมีประจุลบเจ้ามาใกล้ทรงกลมลูกหนึ่ง ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้า(อิเล็กตรอน จะถูกผลักไปอยู่บนทรงกลมลูกที่อยู่ไกล)
  • รูป (4) แยกทรงกลมตัวนำออกจากกัน (ยังไม่เอาวัตถุมีประจุลบออกไป)
  • รูป (5) นำวัตถุที่มีประจุลบออกไป  จะได้ทรงกลมตัวนำลูกแรกมีประจุบวก ซึ่งเป็นชนิดตรงกันข้ามกับวัตถุที่เอาเข้ามาใกล้  และทรงกลมลูกไกลจะมีประจุลบชนิดเดียวกับวัตถุนำเข้ามาใกล้ 


ภาพการเหนี่ยวนำทรงกลม เมื่อใช้มือแตะทรงกลมได้ผลเหมือนกับการต่อสายดิน




อิเล็กโทรสโคป ( electroscope)

อิเล็กโทรสโคป เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจไฟฟ้าสถิต อิเล็กโทรสโคปที่ควรทราบมี 2 ชนิด

1. อิเล็กโทรสโคปแบบพิธบอล (Pith ball electroscope)

อิเล็กโทรสโคปแบบนี้เป็นอิเล็กโทรสโคปแบบง่ายที่สุด ประกอบด้วยลูกกลมเล็กทำด้วยเม็ดโฟม หรือไส้หญ้าปล้องซึ่งมีน้ำหนักเบามาก ตัวลูกกลมแขวนด้วยเชือกด้าย หรือไหมเส้นเล็กๆ จากปลายเสาที่ตั้งบนแท่นฉนวนไฟฟ้า ดังรูป

(ก) เมื่อต้องการตรวจวัตถุใดมีประจุไฟฟ้าหรือไม่ ปฏิบัติดังนี้ ใช้นิ้วคลึงลูกกลมให้ทั่ว แน่ใจว่า ลูกกลมเป็นกลางจริงๆ จากนี้นำวัตถุที่ต้องการตรวจว่ามีประจุไฟฟ้าหรือไม่ เข้ามาใกล้ๆ ลูกกลมนั้น หากปรากฏว่าลูกกลมเคลื่อนที่โดยดูดเข้าหาวัตถุนั้น เมื่อปรากฏเช่นนี้ ก็แสดงว่า วัตถุที่นำมาทดลองนั้นมีประจุไฟฟ้า แต่ไม่สามารถระบุชนิดของประจุได้   ถ้าปรากฏว่าเมื่อนำวัตถุที่ต้องการตรวจสอบเข้าใกล้ลูกกลมนั้นแล้วลูกกลมไม่เคลื่อนที่เลย ก็แสดงว่าวัตถุนั้นเป็นกลาง (ไม่มีประจุไฟฟ้า)



(ข) เมื่อต้องการใช้อิเล็กโทรสโคปนี้ไปตรวจชนิดของประจุ ให้ปฏิบัติดังนี้ ขั้นแรก ทำการให้ประจุไฟฟ้าที่ทราบชนิดแล้วแก่ลูกกลมเสียก่อน  ขั้นต่อไปจึงนำวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งต้องการตรวจชนิดประจุนั้นเข้ามาใกล้ลูกกลม หากปรากฏว่าเกิดแรงผลักโดยลูกกลมเคลื่อนที่หนีห่างวัตถุ ก็แสดงว่าประจุไฟฟ้าบนวัตถุนั้นเป็นชนิดเดียวกันกับประจุไฟฟ้าบนลูกกลม แต่ถ้าปรากฏว่าเกิดแรงดูด คือลูกกลมเคลื่อนที่เข้าหาวัตถุนั้น ก็แสดงว่าประจุไฟฟ้าบนวัตถุนั้นเป็นประจุต่างชนิดกันกับประจุไฟฟ้าบนลูกกลม สรุปว่าเมื่อเราทราบชนิดประจุไฟฟ้าบนลูกกลมอยู่แล้ว จึงสามารถบอกได้ว่าประจุไฟฟ้าบนวัตถุนั้นเป็นชนิดใด




2. อิเล็กโทรสโคปแบบแผ่นโลหะบาง( leaf electroscope)

อิเล็กโทรสโคปแบบนี้ประกอบแผ่นโลหะบางๆ สองแผ่น ติดห้อยประกบกันที่ปลายแท่งโลหะ AB ปลายบนของแท่งโลหะนี้เชื่อมติดกับจานโลหะ D ตัวแท่งโลหะสอดติดแน่นอยู่ในฉนวนไฟฟ้าท่อนหนึ่ง  (ระบายทึบในรูป) ท่อนฉนวนเสียบแน่นอยู่กับปลั๊กยาง P ซึ่งสอดแนบสนิทกับฝาบนของขวดแก้วหรือขวดพลาสติก เพื่อให้มองเห็นแผ่นโลหะบางได้สะดวก

การตรวจประจุไฟฟ้า โดยสังเกตการกางของแผ่นโลหะบาง ๆ ของอิเล็กโทรสโคป กล่าวคือ เมื่อนำวัตถุที่มีประจุมาใกล้จานโลหะของอิเล็กโทรสโคป จะเกิดการเหนี่ยวนำทำให้ที่จานโลหะจะมีประจุชนิดตรงกันข้ามกับประจุบนวัตถุ จึงทำให้แผ่นขนานข้างล่างเป็นประจุชนิดเดียวกันทั้งสองแผ่น แผ่นโลหะบางของอิเล็กโทรสโคปจะกางออก เพราะผลจากการผลักกันของประจุชนิดเดียวกันของแผ่นโลหะบาง



ปัญหา ชุดที่ 1  

1.ประจุไฟฟ้าพื้นฐานในธรรมชาติมี 2 ชนิด คืออะไร 
2.โปรตอน และอิเล็กตรอน คืออะไร
3.วัตถุอันหนึ่งสูญเสียอิเล็กตรอนไป 2 ตัว  วัตถุนี้จะมีประจุไฟฟ้าชนิดใด และขนาดประจุมีค่ากี่คูลอมบ์
4.วัตถุที่เป็นฉนวน A และ B นำมาขัดถูกัน หลังจากขัดถูกันปรากฏว่าวัตถุ B ได้รับอิเล็กตรอนเพิ่ม 1 ตัววัตถุ A จะมีสภาพประจุไฟฟ้าบวกหรือลบ และมีขนาดเท่าไร
5.นำวัตถุมีประจุไฟฟ้าลบ ไปแตะกับวัตถุตัวนำที่เดิมเป็นกลาง  จะเกิดผลอย่างไร
6.นำวัตถุซึ่งมีประจุบวกเข้าไปใกล้วัตถุ A ที่เป็นกลางวางบนฉนวนไฟฟ้า จากหลักการเหนี่ยวนำจะเกิดอะไรขึ้นบนวัตถุ A 
7.จากเหตุการณ์ข้อ 6  ขณะเหนี่ยวนำทำการต่อสายดินกับวัตถุ A  หลังจากนั้นตัดสายดินแล้วนำวัตถุที่มีประจุบวกออกไป  จะเกิดผลอย่างไรกับวัตถุ A 
8.นำวัตถุ B เข้าใกล้ลูกพิธ A ซึ่งเป็นกลางทางไฟฟ้า   ปรากฏว่าลูกพิธ A เคลิ่อนเข้าหาวัตถุ  B สรุปได้ว่าอย่างไร เพราะเหตุผลใด
9.จากคำถามข้อ 8  ถ้าลูกพิธ A มีประจุไฟฟ้าบวก  แล้วเบนหนีออกจากวัตถุ B สรุปได้ว่าอย่างไร  เพราะเหตุผลใด
10.เดิมอิเล็กโทรสโคปแบบแผ่นโลหะขนานเป็นกลางทางไฟฟ้า ตรงส่วนแผ่นขนานจะมีลักษณะปกติ
ต่อมานำวัตถุ A เข้ามาใกล้จานโลหะ  สังเกตว่าแผ่นขนานกางแแยกออกจากกัน  สรุปได้ว่าอย่างไร เพราะเหตุผลใด

แนวข้อสอบ ชุดที่ 1

1  ตัวการที่ทำให้วัตถุมีอำนาจไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้น คืออะไร
  ก.  โปรตอน            ข.  ประจุไฟฟ้า           ค.  อิเล็กตรอน           ง.  อำนาจไฟฟ้า
2. โดยปกติ อะตอมของธาตุทุกชนิดมีสภาพทางไฟฟ้าสถิตเป็นชนิดใด
  ก.  บวก       ข.  ลบ           ค.  กลาง        ง.  ไม่แน่นอน
3.  แท่งแก้วถูกับผ้าแพรแล้วเกิดประจุไฟฟ้าได้  เพราะ
  ก.  การถูทกให้มีประจุชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมา       ข.  ประจุถ่ายเทจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่ง
  ค.  ประจุเกิดจากแรงเสียดทาน                    ง.  ประจุเกิดจากแรงดึงดูดระหว่างมวล
4.  เมื่อนำสาร ก.  มาถูกับสาร ข.  พบว่าสาร ก. มีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้น สาร ก. ต้องเป็นสารประเภทใด
  ก.  ตัวนำ      ข.  ฉนวน       ค.  กึ่งตัวนำ    ง.  โลหะ
5.  ถ้ามีลูกพิธอยู่ 3 ลูก เมื่อทดลองนำลูกพิธเข้าใกล้กันทีละคู่จนครบ 3 คู่ ปรากฏว่าแรงกระทำระหว่าง ลูกพิธทั้ง 3 คู่ เป็นแรงดึงดูด ข้อสรุปต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องที่สุด
  .  ลูกพิธ 3 ลูกต่างมีประจุไฟฟ้า
  .  ลูกพิธลูกหนึ่งมีประจุไฟฟ้า ส่วนอีก 2 ลูกไม่มีประจุ
  .  ลูกพิธ 2 ลูกมีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน ส่วนลูกที่เหลือไม่มีประจุ
  ง.  ลูกพิธ 2 ลูกมีประจุชนิดตรงกันข้าม ส่วนอีกลูก ไม่มีประจุ
6.  นำวัตถุที่สงสัยเข้าใกล้อิเล็กโตรสโคปแบบลูกพิธ  ถ้าลูกพิธเบนเข้าหาวัตถุอาจจะสรุปได้ว่า
  .  ลูกพิธมีประจุ วัตถุไม่มีประจุ      .  ลูกพิธไม่มีประจุ  วัตถุมีประจุ
  .  ลูกพิธและวัตถุมีประจุต่างกัน     .  ถูกทุกข้อ
7.  ทำไมไฟฟ้าสถิต  จึงเกิดได้ดีในฤดูหนาวเพราะ
  .  อากาศมีตัวนำมาก                             .  อากาศมีตัวนำน้อย
  .  อากาศมีตัวนำและฉนวนเท่ากัน             .  อากาศมีตัวเหนี่ยวนำดี
8.  นำวัตถุที่สงสัยเข้าใกล้อิเล็กโตรสโคปแบบลูกพิธ  ถ้าลูกพิธเบนเข้าหาวัตถุ อาจจะสรุปได้ว่า
  .  ลูกพิธมีประจุ  วัตถุไม่มีประจุ      .  ลูกพิธไม่มีประจุ  วัตถุมีประจุ
  .  ลูกพิธและวัตถุมีประจุต่างกัน     .  ถูกทุกข้อ
9.  ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้อง  (วัตถุตัวนำในที่นี้มีประจุไฟฟ้า)
  1.ขณะวัตถุตัวนำสัมผัสกันประจุที่ถูกถ่ายเทคือประจุลบ
  2.วัตถุตัวนำที่สัมผัสกันแล้วจะมีความต่างศักย์ระหว่างกันเป็นศูนย์เสมอ
  3.วัตถุตัวนำที่สัมผัสกันจะหยุดถ่ายเทประจุเมื่อศักย์ไฟฟ้าเท่ากันเสมอ
  4.วัตถุตัวนำอย่างเดียวกันรัศมีเท่ากันเมื่อสัมผัสกันจะหยุดการถ่ายเท  ประจุลบแต่ละลูกเท่ากัน
  .  1 ,2      .  1,2,3      .  1,3,4      .  1,2,3 และ 4
10.  ถ้าต้องการให้อิเล็กโตรสโคปมีประจุบวก  ควรมีขั้นตอนในการกระทำเป็นอย่างไร
  1.นำวัตถุที่มีประจุบวกเข้าใกล้จานโลหะของอิเล็กโตรสโคป
  2.นำวัตถุที่มีประจุลบเข้าใกล้จานโลหะของอิเล็กโตรสโคป
  3.ต่อสายดินกับจานโละของอิเล็กโตรสโคป
  4.ดึงวัตถุที่มีประจุออก
  5.ดึงสายดินออก
  .  1,3,4,5  .  1,3,5,4    .  2,3,4,5   .  2,3,5,4
11.  ถ้าจับแท่งโลหะถูกับผ้าขนสัตว์  ผลที่เกิดขึ้นคือ (ถือว่าคนเป็นตัวนำและยืนเท้าเปล่าบนพื้น)
  .  จะเกิดประจุอิสระบนแท่งโลหะและผ่าขนสัตว์
  .  จะเกิดประจุอิสระบนแท่งโลหะแต่จะไม่เกิดประจุอิสระบนผ้าขนสัตว์
  .  จะไม่มีประจุอิสระบนแท่งโลหะแต่จะเกิดประจุอิสระบนผ้าขน สัตว์
  .  จะไม่เกิดประจุอิสระทั้งบนแท่งโลหะและบนผ้าขนสัตว์

12. จากรูป  ถ้าแยก A และ B ออกจากกัน แล้วจึงนำ C ออกไป  ผลที่ได้คือ


   .  ทั้ง A และ B จะไม่มีประจุ                .  A ไม่มีประจุ  B จะมีประจุลบ
   .  A จะมีประจุลบ B จะมีประจุบวก        .  A และ B มีประจุลบ

 
13. ตามรูป  A  มีประจุบวกอิสระ B และ C เป็นกลางวางติดกัน นำ A  เข้าใกล้  B และ C เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วเอา A ออก จับ B และ C แยกจากกัน จะได้


  .  B มีประจุบวก C มีประจุลบ              .   B มีประจุลบ C มีประจุบวก
  .  B และ C มีประจุลบทั้งคู่                  .   B และ C ไม่มีประจุ
14.  ข้อใดเป็นผลที่ได้จากการทำประจุอิสระโดยการเหนี่ยวนำ
  .  ประจุอิสระที่เกิดขึ้นบนวัตถุตัวนำนั้นเป็นประจุชนิดตรงข้ามกับประจุของวัตถุที่นำมาล่อ
  .  ประจุไฟฟ้าทั้งหมดก่อนเหนี่ยวนำกับหลังเหนี่ยวนำจะต้องมีค่าเท่ากัน
  .  วัตถุที่มีประจุอิสระที่นำมาล่อไม่เสียประจุไฟฟ้าเลยในการเหนี่ยวนำ
  .    และ 
15.  เมื่อนำวัตถุ A เข้าใกล้ลูกพิธ บอลล์ P ซึ่งเป็นกลาง   ตามรูปข้อใดเป็นไปได้


   .  1 และ 3          .  2 และ 3           .   1 และ 2          .  1,2 และ 3
 
16. ตัวนำทรงกลม  A ,B,C และ D มีขนาดเท่ากันและเป็นกลางทางไฟฟ้าวางติดกันตามลำดับอยู่บนฉนวนไฟฟ้านำแท่งประจุไฟฟ้าลบเข้าใกล้ทรงกลม D แล้วแยกให้ออกจากกันทีละลูก  โดยเริ่มจาก A ก่อนจนกระทั่งถึง C หลังจากแยกกันแล้ว   ประจุที่อยู่บนทรงกลมแต่ละลูกเรียงตามลำดับจะเป็นดังนี้
  .  ลบ  กลาง ลบ บวก        .  ลบ บวก บวก บวก
  .  ลบ กลาง กลาง บวก      .  ลบ ลบ ลบ บวก

17.  ทรงกลม A และ B เป็นกลาง  วางแตะกันดังรูป  นำวัตถุ C ซึ่งมีประจุบวกอยู่มากมาย  เข้าไปวางใกล้ A แล้วแยก A ออกจาก B ในขณะที่ยังมี C ล่ออยู่ผลที่ได้คือ


  .  A มีประจุบวก ส่วน  B มีประจุลบ             .  A มีประจุลบ ส่วน  B มีประจุบวก
  .   ทั้ง A และ  B มีประจุลบ                       .  ทั้ง A และ  B มีประจุบวก
  . A และ  B ยังคงเป็นกลาง
18.  ทรงกลมตัวนำเบา A และ B มีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้าวางชิดกันอยู่บนพื้นฉนวนเกลี้ยง  ถ้าให้ประจุชนิดหนึ่งกับทรงกลม A โดยการสัมผัสแล้ว  ทรงกลมทั้งสองจะวางตัวลักษณะใด
     .  เคลื่อนที่ออกจากกัน               .  เคลื่อนที่ตามกัน
  .  หยุดนิ่งเหมือนเดิม                  .  ยังสรุปอะไรไม่ได้


------------------------------------